โรงเรียนวัดเพ็ญญาติ

หมู่ที่ 3 บ้านตลาดกะเปียด ตำบลกะเปียด อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80260

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

075-520004

โรงเรียนวัดเพ็ญญาติ

นายเกรียงไกร  แจ่มสุริยา
ผู้อำนวยการ
โรงเรียนวัดเพ็ญญาติ

Previous
Next

ประวัติ โรงเรียนวัดเพ็ญญาติ

โรงเรียนวัดเพ็ญญาติ  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต ๒ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๓ ตำบลกะเปียด อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๗ กันยายน  พ.ศ.๒๔๗๕  โดยมีพระธรรมวราลังการ (กล่อม อนุภาโส) ร่วมกับราษฎรหมู่ที่  ๓  ตำบลกะเปียด  อำเภอฉวาง  จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ก่อสร้างอาคารเรียน ๑ หลัง   ในบริเวณของวัดเพ็ญญาติ และใช้ชื่อวัดเป็นชื่อของโรงเรียน เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ มีอาคารเรียนถาวรแบบ ป.๑ก จำนวน ๑ หลัง

ต่อมาในการศึกษา ๒๕๒๔ ได้งบประมาณจากางราชการก่อสร้างอาคารถาวรแบบ ๐๑๗ ใต้ถุนโล่งอีก ๑ หลัง แต่เนื่องตากพื้นที่โรงเรียนเป็นเนินสูงและที่ราบ พระครูวิบูลย์ศรีลาจารย์ได้ร่วมกับคณะศิษย์จัดหาเงินมาไถปราบพื้นที่ที่เป็นเนินสูง ได้พื้นนี่ประมาณ ๔ ไร่เศษ และได้ก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์แบบ สปช.๒๐๓ ขึ้นจำนวน ๑ หลัง ในปีงบประมาณ ๒๕๓๓ ได้รับงบประมาณต่อเติมอาคารแบบ ๐๑๗ จำนวน ๒ ห้องเรียน

ปัจจุบันนี้โรงเรียนวัดเพ็ญญาติ มีอาคารเรียน จำนวน ๒ หลัง ๘ ห้องเรียน ส้วม ๑ หลัง จำนวน ๒  ที่ อาคารอเนกประสงค์ ๑ หลัง บ่อน้ำฝน ๑ ชุด พระพุทธรูปพร้อมฐาน จำนวน ๑ องค์ สนามบาสเกตบอล จำนวน ๑ สนาม สนามเซปักตะกร้อจำนวน ๑ สนาม ลานกีฬาอเนกประสงค์ (แบบกรมพลศึกษา) และบ่อเลี้ยงปลาจากงบประมาณของกรมประมงจำนวน ๑๖๗,๐๐๐ บาท จำนวน ๑ บ่อ นอกจากนี้โรงเรียนวัดเพ็ญญาติได้เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ๑ ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

วิสัยทัศน์

  โรงเรียนวัดเพ็ญญาติ  มุ่งจัดการศึกษา  สู่ความเป็นเลิศ  เชิดชูคุณธรรม  ก้าวล้ำเทคโนโลยี  บนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

พันธกิจ

            ๑. จัดกิจกรรมส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร

            ๒. จัดกิจกรรมส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ  คิดสร้างสรรค์  ตัดสินใจ  แก้ปัญหาได้อย่างมีสติสมเหตุผล

            ๓. จัดกิจกรรมส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง  รักเรียนรู้  และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

            ๔. ส่งเสริมและพัฒนาให้สถานศึกษามีการจัดทำหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

            ๕. ส่งเสริมและพัฒนาให้สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างหลากหลายและใช้แหล่งเรียนรู้อย่างคุ้มค่า

            ๖. ส่งเสริมให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา

            ๗. ส่งเสริมการสร้างอัตลักษณ์ของสถานศึกษาให้โดดเด่น

            ๘. พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาตามแนวทางปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง

นโยบายเป้าประสงค์

            ๑. ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตรสถานศึกษา

            ๒. ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ  คิดสร้างสรรค์  ตัดสินใจ  แก้ปัญหาได้อย่างมีสติสมเหตุผล

            ๓. ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง  รักเรียนรู้  และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

            ๔. สถานศึกษามีการจัดทำหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

            ๕. ครูจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

            ๖. สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างหลากหลาย

            ๗. สถานศึกษามีการใช้แหล่งเรียนรู้พัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างคุ้มค่า

            ๘. ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา

            ๙. สถานศึกษามีอัตลักษณ์ที่โดดเด่น

            ๑๐. สถานศึกษามีการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาตามแนวทางปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง

อัตลักษณ์ – เอกลักษณ์

     อัตลักษณ์ : อนุรักษ์ศิลป์ลายไทย

    เอกลักษณ์ : บรรยากาศแจ่มใส

ปรัชญาโรงเรียน

“คุณธรรมนำหน้า  การศึกษากว้างไกล  บรรยากาศแจ่มใส พลานามัยสมบูรณ์”

คำขวัญประจำโรงเรียน

   “สุขภาพดี มีคุณธรรม นำวิชาการ สืบสานวันธรรม น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง”

นานาสาระ

เรื่อง พ่อแม่ควรเล่นกับลูกอย่างไร

พื้นที่ใดที่ควรระวังในการเล่นกับลูก ปัจจุบันมีความสำคัญมาก ในการเติบโตของเด็ก แต่หากมีข้อผิดพลาดหรือวิธีการเล่น จะเป็นการต่อต้านและก่อให้เกิดผลเสียต่อทารกน้อย ควรระวังความเข้าใจผิดอะไรบ้างในการเล่นกับลูก ผู้ปกครองต้องสามารถมีส่วนร่วมในเกมได้อย่างเท่าเทียมกับบุตรหลานของตน

1. พ่อแม่ยืนเคียงข้าง เมื่อทารกต้องการความช่วยเหลือ เป็นวิธีที่ดีที่สุด สำหรับทารกในการค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง เมื่อทารกมีส่วนร่วมในกิจกรรม พวกเขาอาจนำข้อกำหนดพิเศษบางประการมาใช้ ในเวลานี้ ผู้ปกครองไม่ควรเพิกเฉยหรือ จำกัดทารก เพราะพวกเขาคิดว่า กิจกรรมการเล่นของทารกไม่มีความหมาย แต่ควรพยายามช่วยเหลือพวกเขา และอย่ายับยั้งพวกเขา เพราะกลัวว่า จะทำให้ทารกสกปรกหรือมีปัญหาอื่นๆ

ควรจัดหาสื่อการเล่นเกมที่หลากหลายให้เด็กๆ เช่นกระดาษชิ้นเล็กๆ เมล็ดพืช ดิน สิ่งปลูกสร้าง น้ำ ทราย สี กล่องกระดาษเปล่า เพื่อให้พวกเขาได้ใช้สมองในการเล่น แน่นอนว่า การให้ความช่วยเหลือทารกนั้น ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในระดับหนึ่ง ตัวอย่างเช่น เมื่อทารกพบปัญหา ผู้ปกครองควรให้โอกาสทารกในการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ให้ความช่วยเหลือเฉพาะเมื่อทารกไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริงๆ ด้วยวิธีนี้ทารกสามารถสัมผัสชีวิตในกิจกรรมต่างๆ และเรียนรู้ที่จะคิด

2. ประเมินเกมของทารกตามค่านิยมของผู้ปกครอง เกมเป็นวิธีที่ดีที่สุด สำหรับทารกในการเรียนรู้ และยังเป็นวิธีการฝึกอบรมที่ดีที่สุด ในการปลูกฝังลักษณะนิสัย และพฤติกรรมที่ดี ผู้ปกครองไม่ควรประเมินพฤติกรรมการเล่นของทารก โดยอิงตามการกำหนดคุณค่าของตนเอง จำกัดรูปแบบการเล่นของทารก หรือบังคับให้ทารกเล่นเกมที่พวกเขาไม่ชอบ ควรปล่อยให้ทารกเล่นกับจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ของเขาอย่างเต็มที่ เมื่อทารกมีปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ หรืออาจส่งผลร้ายต่อเขาในระหว่างเกม ผู้ปกครองจำเป็นต้องเข้ามาแทรกแซง และชี้แนะทารก

3. กีดกันห้ามไม่ให้เขาเล่นคนเดียว บางครั้ง ทารกไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยตลอดเวลา เขาก็ต้องมีพื้นที่ของตัวเอง แม้แต่เด็กที่มีอายุเพียงไม่กี่เดือน พวกเขาก็จะเล่นด้วยมือ และเท้าน้อยๆ อย่างมีความสุข และสัมผัสกับความสนุกสนานในการเล่นคนเดียว ในขณะที่พัฒนาเกมสำหรับแม่ลูก พ่อแม่ควรใช้โอกาสนี้ ในการส่งเสริมให้ลูกน้อยเล่นอย่างอิสระ เมื่อทารกไม่ร้องไห้ หรือสร้างปัญหาด้วยการเล่นเอง อย่ารบกวนทารก ให้เวลาและพื้นที่ที่เป็นของเขา

4. ฉันรู้สึกว่า นิสัยการเล่นเกมที่ดีไม่สำคัญ นิสัยการเล่นที่ดี สามารถส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตที่ดีของทารก ให้ทารกเรียนรู้ที่จะปฏิบัติตามกฎของเกมในเกมจัดเวลาเล่นเกมอย่างมีเหตุผล นิสัยการเล่นเกมที่ดีเหล่านี้ เป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับทารก ในการเข้าใจกฎเกณฑ์ของพฤติกรรมทางสังคม ตัวอย่างเช่น ให้ทารกจัดระเบียบของเล่นให้เรียบร้อย หลังจากเล่นเสร็จ แล้วนำกลับไปที่เดิม ต้องควบคุมเวลาเล่นเกม และไม่อนุญาตให้ทารกเล่นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการกินการนอน เนื่องจากการเล่น

5. เล่นเกมกับลักษณะอายุของทารก ทารกที่มีอายุต่างกัน มีความสนใจ และความกระตือรือร้นในการเล่นเกมที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น การจงใจปล่อยให้ของในมือตกลงพื้น และส่งเสียงดัง ที่ดูเหมือนไม่มีความหมาย แต่จะกระตุ้นความสนใจของลูกน้อยได้เช่นกัน เกมนี้เป็นเกมที่เด็กอายุประมาณ 1ขวบชอบ แต่ถ้าคุณเล่นเกมนี้กับลูกน้อยอายุ 2หรือ3ขวบ พวกเขาอาจรู้สึกเบื่อ เด็กตัวโตเช่นนี้ อาจสนใจของเล่นมากกว่า และชอบใช้ของเล่นเป็นอุปกรณ์ประกอบฉาก เพื่อขยายเกมของพวกเขา ผู้ปกครอง ควรแนะนำทารกในวัยต่างๆ ให้เล่นเกมที่เหมาะสมกับพวกเขาให้มากที่สุด เพื่อให้พวกเขาสนใจ และช่วยพัฒนาสติปัญญา และจินตนาการของทารก